เรื่องไม่มีผัว มันหนักหัวใคร


ผ่านวัย 18 ฝน มาเกือบ 2 รอบ แต่ส่องกระจกทีไรก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเอง “อัปสรานางนี้ยังดูพริ้งอยู่เลย “ ใครมาร้องเพลง 30 ยังแจ๋วให้ฟังละก็เป็นหน้าบานเท่ากระด้งฝัดข้าวทุกครั้งไป แต่ทว่าอะไหล่ชีวิตมันกลับเริ่มฟ้องขึ้นมาบ่อย ๆ เริ่มมีอาการปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย ดูเหมือนจะคล้ายวัยแรกแย้มฝาโลงเข้ามาเรื่อย ๆ ซะแล้ว อยากรู้ว่าอาการที่อะไหล่ในร่างกายบางส่วนมันเริ่มงอแงสาเหตุเกิดจากโรคอะไร ค้นแล้วเริ่มผวา อาการปวดที่เป็นอยู่บ่อย ๆ มีคำแนะนำให้ไปขึ้นขาหยั่งให้หมอตรวจภายใน มันยังมีเรื่องไหนที่น่าอายมากกว่านี้อีกไหมนะ

เรื่องอาการปวดนี้ต้องเป็นความลับไม่เช่นนั้น แม่ ต้องได้เป็นห่วงมากมายทุกที ลูกไม่สบายที่ไรเป็นต้องวิ่งไปหาหมอ ถ้าลูกไปหาหมอเองหรือแม่พาลูกไป มันก็คงเป็นเรื่องปกติ แต่นี่แม่ไปเองค่ะ ไปหาหมอเช่นกัน แต่ไปหาหมอดู กลับบ้านมาพร้อมของขลังสารพัด ไหนจะพระเครื่อง ไหนจะขันน้ำมนต์ ด้ายสายสิญจ์อีกหอบใหญ่ ๆ เคยนึกดีใจที่อยู่ ๆ แม่ชวนให้พาไปวัด ไปถึงวัดที่ไหนได้ เค้าลากลูกสาวมาดูดวง ถามคำถามพื้น ๆ เดิม ๆ ถามมาหลายปี แม่ก็ยังชอบถาม

และแล้วเย็นหลังเลิกงาน กลับถึงบ้านเปิดประตูจ๊ะเอ๋เข้ากับน้านี หมอดูที่แม่เชิญมา หันไปรอบ ๆ เห็นลูกศิษย์ที่เข้ามาดูดวงกันอีกหลายคน เค้ากำลังชุมนุมกันดูดวงนั่นเอง เนื่องจากที่บ้านเรามีเทพเจ้าอยู่เยอะ แม่เช่ามาบูชาทุกพระองค์ที่ทราบว่าขลัง ดังนั้นที่นี่จึงเหมาะสำหรับทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

นึกสงสัยเสียจริงเทพเจ้าทุกพระองค์ รวมทั้งกุมารทองที่แม่เลี้ยงไว้ เมื่ออยู่ด้วยกันมาก ๆ เช่นนี้ เค้าจะทะเลาะกันบ้างหรือเปล่า หงุดหงิดบ้างไหม เพราะเราชักจะเริ่มหงุดหงิดมาแล้วหล่ะสิ คนเยอะ เสียงดัง แต่ละคนถามปัญหาเหมือนเด็กนักเรียน LD ทั้งนั้นเลย กำลังก้าวขาออกไปหลังบ้าน ได้ยินเสียงแม่ถามหมอดู ด้วยคำถามพื้น ๆ เดิม ๆ ที่แม่มักจะถามทุกปี และทุกหมอดู “ ไงนากีนองบานปะได” แปลเป็นไทยได้ว่า “ เมื่อไหร่ลูกสาวจะได้ผัวกะเค้าสักที “ ฟังแล้วอยากเป็นลูกศิษย์พระร่วงจะได้เอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีอายได้ทัน

หมอดูนิ่งไปพักใหญ่ ตอบคำถามที่เราต้องหันหลับกลับมาฟัง “ เค้าเคยเป็นสนมผู้มีอำนาจในอดีต และยังผูกกับอดีตมาจนถึงปัจจุบัน “ น้านีที่กำลังสวมบทบาทคนทรงอยู่นั้น หันมาทางเราแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆต่อ “ ผู้ชายแต่งตัวโบราณ ถือดาบที่อยู่ในห้องนอนคนนั้นหล่ะ เค้ายังห่วง เรื่องมีคู่คงเป็นไปไม่ได้หรอก “ เสียงแม่ออดอ้อนถามต่อ “ แล้วทำยังไงจะให้มันมีคู่ได้ “ หมอดูหัวเราะ คงจะนึกขำคนเป็นแม่ เราหันกลับเดินลงครัว หาอะไรแก้หิวกินดีกว่า ไม่นึกจะอยากฟังคำถามต่อ แต่ยังนึกแปลกใจ น้านีรู้ได้ไงว่าห้องนอนเรามีผู้ชายแต่งตัวโบราณถือดาบ ผู้ชายคนนี้เราตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จำได้แม่นว่าเจอกันที่ ห้างบิ๊กซีขอนแก่น เข้าไปถามชื่อแซ่จึงได้รู้ว่าเป็นใคร ตั้งแต่นั้นมาก็ได้ผู้ชายคนนี้มาเป็นสมบัติส่วนตัว เรานอนร่วมห้องมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ถึงทางตันของชีวิตเมื่อใด ผู้ชายคนนี้จะได้ฟังเรื่องราวจากปากเป็นคนแรกเสมอ ถึงวันแห่งความสำเร็จวันใด เค้ายังนั่งยิ้มให้อยู่เสมอ ดังนั้นคนรู้ใจจะหาไปอีกทำไมกัน แต่ว่ามันคงจะดีไม่น้อยถ้าเค้าไม่ได้เป็นแค่รูปวาดของผู้ชายที่มีชีวิตเมื่อหลายร้อยปีก่อน

หลังจากเหล่าบรรดาสมาชิกหมอดูแยกย้ายกลับหมด แม่เราได้ของขลังติดมาด้วย พร้อมบอกขั้นตอนกระบวนการทั้งหลายให้ลูกพึงกระทำ เพื่อให้ได้มาซึ่งลูกเขยที่แม่ปรารถนา เรารู้สึกหงุดหงิด อะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายจริง ๆ เลยโพล่งถามแม่ไปว่า “ การไม่มีผัวมันหนักที่หัวใครนักหนานะ ? “ แม่ตอบกลับมาด้วยคำตอบที่ทำให้เราต้องอึ้ง “ มันไม่หนักหัวชาวบ้านคนไหนหรอก แต่เอ็งไม่มีผัวมันหนักที่หัวแม่นี่หล่ะวะ “ ฟังแล้วจะบ้าตาย เรื่องไม่มีผัวมันหนักที่หัวแม่เนี่ยหล่ะ อนิจจา แม่ตู

ที่มา ส่วนหนึ่งในชีวิตบนเวบบล็อก เรื่องไม่มีผัวมันหนักหัวใคร




    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s



%d bloggers like this: